คู่รัก LGBTQ ยื่นขอสินเชื่อบ้าน ร่วมกัน ต้องเตรียมอะไร ให้ธนาคารอนุมัติ

คู่รัก LGBTQ ยื่นขอสินเชื่อบ้าน

ต้องยอมรับว่า ยุคสมัยปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นอย่างมาก จากอดีตที่การขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน จะให้สิทธิ์เฉพาะคู่รักหญิงชาย ที่จดทะเบียนสมรส และญาติสนิท หรือพี่น้องเท่านั้น ให้สามารถยื่นเอกสารขอสินเชื่อได้ อย่างไรก็ดี เมื่อสภาพสังคมเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น การเกิดขึ้นของกลุ่มลูกค้าใหม่ หรือกลุ่ม LGBTQ  ทำให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ต้องปรับตัว เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม ที่มีกำลัง สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และสินเชื่อบ้านได้

ทางโครงการบ้านคุณธีร์ เข้าใจ และตระหนักถึงความเท่าเทียม ของทุกคนในสังคม จึงขอนำเสนอแนวทาง การเตรียมตัว สำหรับกลุ่มคู่รัก LGBTQ สำหรับเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นขอสินเชื่อบ้าน ร่วมกัน อย่างไร ให้ผ่านการพิจารณาสินเชื่อบ้านจากธนาคาร

การเตรียมตัวสำหรับคู่รัก LGBTQ อยากยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน ให้ผ่าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง

กลุ่ม LGBTQ คือใคร?

กลุ่ม LGBTQ ย่อมาจาก Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender และ Queer (หรืออาจเป็น LGBT ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน) หมายถึงกลุ่มคน ที่มีความหลากหลายทางเพศ และเป็นคู่รักกัน (คู่รักเพศเดียวกัน) และเนื่องจากปัจจุบัน สังคมที่เปิดโอกาส ให้คนกลุ่มนี้ ได้แสดงออกถึงตัวตนของตัวเองมากขึ้น จำนวนกลุ่มคน LGBTQ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยเอง มีการคาดการณ์กันว่า จะมีกลุ่ม LGBTQ ที่อายุมากกว่า 15 ปี และอาศัยอยู่ใน พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ประมาณ 4 ล้านคน หรือมีสัดส่วนประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรไทย ทั้งหมด

นอกจากนี้ กลุ่ม LGBTQ เป็นกลุ่มลูกค้า ที่มีศักยภาพทางการเงิน เพราะมีความสามารถ ในการใช้จ่าย (High Purchasing Power) และมีรายได้ มากกว่ากลุ่มสถานะชายหญิง ในวัยเดียว หรือมีรายได้ประมาณ 50,000 – 85,00 บาทต่อเดือน

กลุ่ม LGBTQ สำคัญอย่างไร

เนื่องจากศักยภาพ ด้านการใช้จ่าย และการเงินของกลุ่ม LGBTQ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้สถาบันการเงิน และธนาคาร ต่างปรับตัว และนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่เป็นสินเชื่อบ้าน สำหรับกลุ่ม LGBTQ ให้สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้าน ร่วมกันได้ (กู้ร่วม) หรือเป็นกลุ่มลูกค้าอีก Segment ในขณะที่ร่างพระราชบัญญัติ การจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ ของประเทศไทย หรือ Civil Partnership Bill อยู่ในระหว่างการแก้ไข และพิจารณาเนื้อหา และหลักการของข้อกฎหมายกันอยู่

ทั้งนี้ธนาคาร และสถาบันการเงิน ที่พิจารณาให้กู้สินเชื่อบ้านร่วมกัน ของคู่รัก LGBTQ ต่างให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และเสมอภาคของบุคคลทุกคนในสังคม ตามกฎหมายสถาบันการเงิน และธนาคาร จะยินยอมให้มีการยื่นกู้ร่วมสินเชื่อบ้าน เฉพาะแก่คู่รักชายหญิง ที่จดทะเบียนสมรสกัน และพี่น้องร่วมสายเลือด หรือญาติใกล้ชิดเท่านั้น

ดังนั้น หากร่างกฎหมายนี้ มีการประกาศ และบังคับใช้ นั่นหมายความว่ากลุ่มคู่รัก LGBTQ สามารถดำเนินการยื่นขอสินเชื่อบ้าน จากธนาคาร และสถาบันการเงินร่วมกันได้ ง่ายขึ้นกว่าเดิม (เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ การจดทะเบียนคู่ชีวิต ยังไม่ได้ประกาศใช้ แต่มีการเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และผ่านความเห็นชอบ จึงเป็นร่างที่มี “พ.ศ…” ต่อท้าย ดังนั้น หากมีการประกาศ และบังคับใช้ในปี พ.ศ. ใด จะใช้ปีนั้น ต่อท้ายพระราชบัญญัติ)

คู่รัก LGBTQ อยากยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันให้ผ่าน...ต้องทำอย่างไร
คู่รัก LGBTQ อยากยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันให้ผ่าน...ต้องทำอย่างไร

ธนาคาร หรือสถาบันการเงินใดบ้าง ที่กลุ่มคู่รัก LGBTQ สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านรวมกันได้

ปัจจุบัน ประเทศไทย มีจำนวนธนาคาร และสถาบันการเงิน ที่ปล่อยสินเชื่อบ้าน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคู่รัก LGBTQ หลายราย แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกธนาคาร ในประเทศไทย (เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง กว่าคู่สมรสชายหญิง และคู่รักชายหญิง ที่แต่งงาน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน) เริ่มจากปี 2563 มีธนาคารพาณิชย์จำนวน 3 รายที่เสนอให้คู่รัก LGBTQ สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันได้ ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารยูโอบี

และถัดมาในเดือนมิถุนายน ปี 2565 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นธนาคารแห่งแรก ในกำกับของรัฐที่เสนอสินเชื่อ สำหรับกลุ่มคู่รัก LGBTQ ผ่านโครงการ My Pride ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ โดยมีข้อเสนอดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านต่ำกว่าตลาด และมีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 40 ปี และยังมีอีกหลายธนาคาร ที่นำเสนอสินเชื่อบ้าน ให้กับกลุ่มคู่รัก LGBTQ ดังต่อไปนี้

ธนาคาร คุณสมบัติของคู่รัก LGBTQ ที่ต้องการยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน
1. ธนาคารกสิกรไทย คู่รัก LGBTQ ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน อายุ 20 ปีขึ้นไป และมีอายุ เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้ว ต้องไม่เกิน 70 ปี ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขาย ระยะเวลาผ่อน 30 ปี หากมีรายได้ประจำต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมที่ทำงานเก่าได้ และต้องผ่านการทดลองงาน หรือมีอายุงาน กับที่ทำงานปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. ธนาคารไทยพาณิชย์ คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100% ของราคาประเมินหลักประกัน ไม่ได้ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ต้องมีรายได้แน่นอน และมั่นคง และไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังขอกู้เพิ่มได้อีก 10% ของราคาซื้อขาย หากซื้อบ้าน ที่ธนาคารสนับสนุน
3. ธนาคารยูโอบี คู่รัก LGBTQ ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท และอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินสินเชื่อสูงสุดแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ บ้านใหม่สูงสุด 95-100% บ้านมือสอง สูงสุด 95-100% และก่อสร้างบ้าน สูงสุด 85% ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
4. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไม่ได้ระบุคุณสมบัติของคู่รัก LGBTQ แต่มีสินเชื่อที่ชื่อว่า My Pride ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
5. ธนาคารออมสิน คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินสินเชื่ออนุมัติสูงสุด 100% ของราคาซื้อขาย ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
6. ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ และวงเงินสินเชื่อสูงสุด ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
7. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 65 ปี ผู้กู้หลักต้องมีรายได้ 50,000 บาท ขึ้นไปต่อเดือน หากเป็นพนักงานประจำ ต้องมีอายุการทำงานตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ทั้งที่ทำงานเก่า และปัจจุบัน และต้องเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ จากโครงการ ในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ธนาคารให้การสนับสนุน มีราคาซื้อขาย 4 ล้านบาทขึ้นไป หลังหักส่วนลดทั้งหมดแล้ว
8. ธนาคารซีไอเอ็มบีที (CIMBT) ต้องมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เป็นพนักงานประจำ หรือเจ้าของกิจการ และถือกรรมสิทธิ์ ในหลักประกันร่วมกัน ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
9. ธนาคารทีทีบี (TTB) หากเป็นพนักงานประจำ ต้องมีรายได้ 30,000 บาท ขึ้นไปต่อเดือน ได้รับการบรรจุมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 4 เดือน หากเป็นเจ้าของกิจการ ต้องมีรายได้ต่อเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป ประกอบธุรกิจ ภายในประเทศ ไม่น้อยกว่า 2 ปี ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
ธนาคาร คุณสมบัติของคู่รัก LGBTQ ที่ต้องการยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน
1. ธนาคารกสิกรไทย คู่รัก LGBTQ ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน อายุ 20 ปีขึ้นไป และมีอายุ เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้ว ต้องไม่เกิน 70 ปี ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขาย ระยะเวลาผ่อน 30 ปี หากมีรายได้ประจำต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมที่ทำงานเก่าได้ และต้องผ่านการทดลองงาน หรือมีอายุงาน กับที่ทำงานปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. ธนาคารไทยพาณิชย์ คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100% ของราคาประเมินหลักประกัน ไม่ได้ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ต้องมีรายได้แน่นอน และมั่นคง และไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังขอกู้เพิ่มได้อีก 10% ของราคาซื้อขาย หากซื้อบ้าน ที่ธนาคารสนับสนุน
3. ธนาคารยูโอบี คู่รัก LGBTQ ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท และอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินสินเชื่อสูงสุดแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ บ้านใหม่สูงสุด 95-100% บ้านมือสอง สูงสุด 95-100% และก่อสร้างบ้าน สูงสุด 85% ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
4. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไม่ได้ระบุคุณสมบัติของคู่รัก LGBTQ แต่มีสินเชื่อที่ชื่อว่า My Pride ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
5. ธนาคารออมสิน คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินสินเชื่ออนุมัติสูงสุด 100% ของราคาซื้อขาย ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
6. ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ และวงเงินสินเชื่อสูงสุด ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
7. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คู่รัก LGBTQ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 65 ปี ผู้กู้หลักต้องมีรายได้ 50,000 บาท ขึ้นไปต่อเดือน หากเป็นพนักงานประจำ ต้องมีอายุการทำงานตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ทั้งที่ทำงานเก่า และปัจจุบัน และต้องเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ จากโครงการ ในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ธนาคารให้การสนับสนุน มีราคาซื้อขาย 4 ล้านบาทขึ้นไป หลังหักส่วนลดทั้งหมดแล้ว
8. ธนาคารซีไอเอ็มบีที (CIMBT) ต้องมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เป็นพนักงานประจำ หรือเจ้าของกิจการ และถือกรรมสิทธิ์ ในหลักประกันร่วมกัน ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร
9. ธนาคารทีทีบี (TTB) หากเป็นพนักงานประจำ ต้องมีรายได้ 30,000 บาท ขึ้นไปต่อเดือน ได้รับการบรรจุมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 4 เดือน หากเป็นเจ้าของกิจการ ต้องมีรายได้ต่อเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป ประกอบธุรกิจ ภายในประเทศ ไม่น้อยกว่า 2 ปี ให้ตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร

ยังมีอีกหลายธนาคารที่นำเสนอ หรือออกแคมเปญสินเชื่อบ้านกู้ร่วมกัน ให้กับคู่รัก LGBTQ แต่ไม่ได้แสดงรายละเอียดอย่างชัดเจน ถึงคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสินเชื่อร่วมกัน รวมถึงข้อเสนอ หรือประโยชน์ที่จะได้รับ ดังนั้น คู่รัก LGBTQ อาจต้องติดต่อกับทางธนาคาร ที่ไม่ได้กล่าวถึง ในบทความโดยตรงเอง

การยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน ระหว่างระหว่างกลุ่มคู่รัก LGBTQ กับกลุ่มคู่รักชายหญิง แตกต่าง กันอย่างไร

กลุ่มคู่รัก LGBTQ อาจไม่แน่ในว่า สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันได้ เหมือนคู่สามีภรรยาชายหญิง (คู่สมรส) ทางโครงการบ้านคุณธีร์ตอบได้เลยว่า สามารถทำได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับคู่รักชายหญิง ที่แต่งงานกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน อย่างไรก็ดี เงื่อนไขของการอนุมัติสินเชื่อ การกู้ซื้อบ้านร่วมกัน ของกลุ่มคู่รัก LGBTQ จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับนโยบาย และหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบ้าน ร่วมกันของกลุ่มคู่รัก LGBTQ ของแต่ละธนาคาร แต่จะมีหลักเกณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขที่คล้ายคลึงกัน โดยมีเอกสารที่ต้องยื่น ได้แก่ 1) ทะเบียนบ้านที่อยู่ด้วยกัน 2) บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน 3) เอกสารแสดงการกู้ร่วมซื้อรถยนต์ร่วมกัน (ถ้ามี) 4) สลิป หรือใบเสร็จ ที่ยืนยันการเติมน้ำมัน ให้กับรถยนต์ ที่ระบุชื่อคู่รักเป็นเจ้าของ 5) เอกสารที่มีการเซ็นรับรองว่าอยู่ร่วมกัน 6) รูปภาพ หรือรูปถ่าย ที่ยืนยันว่า เป็นคู่รักกัน เช่น รูปถ่ายงานแต่งงาน 7) เอกสารอื่น ๆ ที่ยืนยันว่า ทำธุรกิจร่วมกัน

ดังนั้น ความแตกต่าง ระหว่างการยื่นขอสินเชื่อบ้าน ร่วมกันระหว่างกลุ่มคู่รัก LGBTQ กับกลุ่มคู่สมรสชายหญิง จะอยู่ที่ใบทะเบียนสมรส กับหลักฐานการแสดงว่าเป็นคู่รักกัน ซึ่งกลุ่มคู่รัก LGBTQ จะต้องเตรียมเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ ประกอบการยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน  มากกว่าคู่สมรสชายหญิงทั่วไป รวมถึงหลักฐานการเงิน หรือรายได้ ในแต่ละเดือน

คู่รัก LGBTQ อยากยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันให้ผ่าน...ต้องทำอย่างไร

หากคู่รัก LGBTQ อยากยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกันให้ผ่าน ต้องทำอย่างไร

นอกจากนี้ ทางโครงการบ้านคุณธีร์แนะนำว่าคู่รัก LGBTQ ที่ต้องการยื่นกู้สินเชื่อบ้านร่วมกันให้ผ่าน ให้เตรียมตัว เสมือนผู้ที่ต้องการยื่นขอกู้ร่วมสินเชื่อบ้านทั่วไป ที่ต้องเตรียมตัวในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. ให้ตรวจสอบว่าธนาคาร หรือสถาบันการเงินใดบ้าง ที่เสนอสินเชื่อบ้าน แบบกู้ร่วมกัน ให้กับคู่รัก LGBTQ
  2. เตรียมเอกสาร ที่ต้องใช้ยื่นขอสินเชื่อบ้าน ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน รายได้หลักทางการค้า หรือ Statement จากธนาคาร หรือสถาบันการเงินย้อนหลัง 6 เดือน
  3. ตรวจสอบประวัติ การผ่อนชำระสินเชื่ออื่น ๆ ย้อนหลังจากเครดิตบูโร หากมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี หรือยังไม่เคยมีประวัติการขอสินเชื่อมาก่อน และมีรายได้ที่มั่นคง และแน่นอน แนวโน้มที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้านกู้ร่วมกัน มีสูงมาก แต่หากยังมีภาระต้องชำระสินเชื่ออื่น อยู่เกินกว่าความสามารถ ในการผ่อนชำระ ซึ่งต้องเร่งเคลียร์หนี้ ในส่วนอื่น ให้เหลือน้อย พอที่ธนาคารจะพิจารณาว่า มีกำลังในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านคืนได้
  4. เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ว่า เป็นคู่รักกัน ประกอบด้วย ทะเบียนบ้าน ที่มีชื่อคู่รักอาศัยอยู่ด้วยกัน บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน เอกสารแสดงการกู้ร่วมซื้อรถยนต์ร่วมกัน (ถ้ามี) สลิป หรือใบเสร็จ ที่ยืนยันการเติมน้ำมัน ให้กับรถยนต์ ที่ระบุชื่อคู่รักเป็นเจ้าของ เอกสาร ที่มีการเซ็นรับรองว่าอยู่ร่วมกัน รูปภาพ หรือรูปถ่าย ที่ยืนยันว่า เป็นคู่รักกัน เช่น รูปถ่ายงานแต่งงาน และเอกสารอื่น ๆ ที่ยืนยันว่า ทำธุรกิจร่วมกัน
  5. เตรียมเอกสารส่วนตัว ให้ครบถ้วน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของทั้ง 2 คน
  6. สัญญาจะซื้อจะขาย

หากคู่รัก LGBTQ เลิกกัน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน ที่ยืนกู้ร่วมกัน?

ในกรณีที่คู่รัก LGBTQ ไปต่อกันไม่ได้ หรือไม่สามารถ ใช้ชีวิตร่วมกันได้ เป็นเหตุให้ต้องเลิกรากันไป (เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ไม่ว่าเพศใดก็ตาม) แต่ภาระ และความรับผิดชอบสินเชื่อบ้าน ที่ยื่นกู้ร่วมกันยังคงอยู่ คำถามคือ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนตรงนี้ หรือธนาคาร จะดำเนินการอย่างไร หากเกิดปัญหานี้ขึ้น คำตอบคือ มีหลายแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อป้องกันปัญหา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นข้อมูล สำหรับคู่รัก LGBTQ หากต้องแยกทางกันในภายหลัง ดังนี้

  1. ถอดถอนชื่อผู้กู้ร่วม หากตกลงกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย (เพราะการให้สินเชื่อบ้านร่วมกัน แก่คู่รัก LGBTQ ธนาคารจะให้ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกัน) หลังจากนั้นให้แจ้งความประสงค์ว่า ต้องการถือครองกรรมสิทธิ์คนเดียว กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่ทำสัญญากู้ร่วมโดยตรง ทั้งนี้ ธนาคาร มีสิทธิ์ที่จะไม่ถอดถอนกรรมสิทธิ์ ให้เหลือผู้กู้ 1 ราย หากพิจารณาแล้ว ฝ่ายที่ต้องการถือครองกรรมสิทธิ์ แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีความสามารถ ในการผ่อนชำระหนี้บ้าน ที่เหลือได้
  2. ให้รีไฟแนนซ์บ้าน จากกู้ร่วมเป็นเหลือคนเดียว ซึ่งธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ที่ทำการรีไฟแนนซ์ จะพิจารณาอนุมัติ โดยใช้เกณฑ์ รายได้ของผู้กู้ ยอดดาวน์บ้าน ที่กู้ซื้อ ภาระหนี้ต่อเดือน และเครดิตบูโรของผู้กู้
  3. ในกรณี ที่ไม่ต้องการครอบครองบ้าน หลังดังกล่าวแล้วทั้ง 2 ฝ่าย ให้ประกาศขายบ้าน แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้แก่ ค่าตรวจสภาพบ้าน ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ

สรุป

คู่รัก LGBTQ สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน หรือกู้ซื้อบ้านร่วมกันได้ เพราะมีหลายธนาคาร ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และเสมอภาคของประชาชน ในการเข้าถึงสินเชื่อบ้าน อย่างไรก็ดี คู่รัก LGBTQ อาจต้องเตรียมตัว และเอกสารมากกว่าคู่สมรส และคู่รักชายหญิง ที่ยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน

เพราะบ้านเป็นปัจจัยพื้นฐาน ที่สำคัญของการสร้างครอบครัว ที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเพศใด ก็ตาม ทางโครงการบ้านคุณธีร์ ให้ความสำคัญ และขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างความเท่าเทียม และเสมอภาคให้เกิดขึ้น กับคนทุกกลุ่ม ในสังคม มีบริการยื่นเอกสารขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน ให้กับกลุ่มคู่รัก LGBTQ ที่กำลังมองหาบ้านทาวน์โฮม และต้องการยื่นขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน